P.pw - Shorten urls and earn money!
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ Social Network แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ Social Network แสดงบทความทั้งหมด

การทำ comments facebook in blogger or blogspot

หลายคนก็อาจจะสงสัยว่าทำไม อยากมีคอมเม้นใน blogspot ได้ และมันทำยัง มาเลยทางนี้เลย มาถูกทางแระ ครับผม
หลายท่านอยากมี comment facebook in blogspot เป็นของตัวเองบ้าง
อัพเดทเมื่อวันที่ 29 พฤษภาคม 2554
การสร้าง comments Facebook ใน Blogspot
1.
ขั้นตอนรกเลยไปที่ : http://www.facebook.com/developers
2. คลิกปุ่ม Set Up New Application button ครับอยู่ทางด้านซ้ายมือ
3. ตั้งชื่อแอพพลิเคชั่น  Application Name ตัวอย่างเช่น


และยอมรับข้อตกลงเงื่อนไข แอพ select Agree > ยอมรับเสร็จแล้ว สร้างแอพพลิเคชั่นเรียบร้อยแล้ว  Create Application
4. ไปที่แท็บเว็บ Web Site แท็บนี้จะอยู่ทางด้านซ้ายของรายการ ในที่นี้ผมตั้งชื่อแอพใหม่ เป็น MrWangFunChao (คลิกภาพเพื่อซูมดู) 


5. กำหนดไซต์ใน Site URL ใน blogspot คุณ เช่น ของผมเป็น  http://wangfunchao.blogspot.com
6. คุณจะต้องกำหนด Site Domain field: blogspot.com , หรือ site url คุณเอง เช่น http://wangfunchao.blogspot.com ในที่นี้ผมใส่เป็น site url มาใส่ site domain ด้วย จากนั้นก็ เซฟซะ –> Save Changes
7. เมื่อเซฟเสร็จแล้วคุณจะเห็น แอพพลิเคชั่นไอดี (Application ID) เป็นตัวเลขมาด้านล่างของ  app API & Secret
8. เมื่อเสร็จแล้วระหว่างนั้น มันจะใช้เวลา 2-20 นาที เพื่อเตรียมความพร้อมไปยังเว็บไซต์ของคุณ

จากนั้นก็ใช้คุณไปเปิด blogger.com หลังบ้านเพื่อแก้ไขโค๊ดอะไรบางเพิ่มเติมลงไป
ไปที่ แผงควบคุม—>ออกแบบ(Design)—>แก้ไข HTML(Edit HTML)
เพื่อที่จะวาง SDK script + Open Graph protocol tags + xmlns attribute

หรือ

นำโค๊ดไปวางต่อโค๊ดใน widget ตัวเตัวที่ระบายสีแดงไปวางต่อท้าย xmlns attribute

<html expr:dir='data:blog..............2005/gml/expr' mlns:og='http://ogp.me/ns#' xmlns:fb='http://www.facebook.com/2008/fbml'>

<head>
<meta content='WangFunChao' property='og:site_name'/>
<meta content='url image direction’ property='og:image'/>
<meta content=’123456789’ property='fb:admins'/>
<meta content=’1234567890’ property='fb:app_id'/>
<meta content='blog' property='og:type'/>
    <meta property='og:latitude' content='13.75'/>
    <meta property='og:longitude' content='100.52'/>
    <meta property='og:street-address' content='Bangkok'/>
    <meta property='og:locality' content='Thailand'/>
    <meta property='og:region' content='THAI'/>
    <meta property='og:postal-code' content='10220'/>
    <meta property='og:country-name' content='Thailand'/>
     <meta property='og:email' content=’wangfunchao@gmail.com'/>
    <meta property='og:phone_number' content=''/>
    <meta property='og:fax_number' content=''/>

     นำโค๊ดเหล่านี้มามาด้านใต้ของ tag เปิดของ <head> ก๊อบโค๊ดด้านบนไปวาง และแก้ไขนิดหน่อยในส่วน attribute ที่ตัวหนา remark ไว้ที่จำเป็น (* blogspot เข้มงวดในเรื่อง ‘  and “ ไม่อนุญาตให้ใช้ ให้ใช้ได้แต่ ‘ ครับ )
og:site_name เป็นชื่อ เป็นชื่อเล่นสั้นของเว็บไซต์ของคุณ เช่น WangFunChao หวังฟันเจ้าไงล่ะฮ่ะ
og:image ภาพไอคอนโลโก้เว้บไซต์
fb:admins คือ Profile ID ของคุณ หรือใส่เป็น ชื่อโดนเนมเฟชบุ๊คของคุณก็ได้ แต่แนะ ใส่เป็นแบบตัวเลขดีกว่าครับ
fb:app_id ก็ดูมาจาก Web Site นั้นล่ะครับคุณจะเห็น Application ID เอาตัวนั้นล่ะมาใส่
ในที่นี้ผมใส่เป็นตัวอย่าง 1234567890 นะครับ
เมื่อเสร็จเรียบร้อยสมบรูณ์ก็อย่าลืมเช็คความถูกต้องด้วยนะครับ
ที่ http://developers.facebook.com/tools/lint/
อ่านคู่มือเพิ่มเติมเกี่ยวกับ open graph
เช่นของผม

 คลิกเพื่อซูมดูภาพ

เมื่อเช็คถูกต้องเรียบร้อยแล้ว
เริ่มต้นด้วยโค๊ดง่ายก่อนเลย เมื่อเสร็จเรียบร้อยจากการตั้งค่าแล้ว (โห่ !! ยังมีต่ออีกหรอเนี่ย จริงๆมันสั้นนะครับ แต่เขียนให้มันยาว ไม่รู้เป็นเพราะอะไร ตอนนั้นกำลังมันมั่ง)
นำโค๊ดนี่ไปวางหลัง tag เปิด body
<body>
<div id="fb-root"></div>
<script>
  window.fbAsyncInit = function() {
    FB.init({
      appId  : 'YOUR APP ID',
      status : true, // check login status
      cookie : true, // enable cookies to allow the server to access the session
      xfbml  : true  // parse XFBML
    });
  };
  (function() {
    var e = document.createElement('script');
    e.src = document.location.protocol + '//connect.facebook.net/en_US/all.js';
    e.async = true;
    document.getElementById('fb-root').appendChild(e);
  }());
</script>
code ไม่มีอะไรมากนำเปลี่ยนแค่ตรง application id ของคุณ ถ้าเป็นของผม ยกตัวอย่างเช่น '1234567890’,

หลังจากนั้นเราจะทำมา comment facebook กันง่าย อ่านคู่มือประกอบคงทำได้เนอะ ไม่ยาก
<b:if cond='data:blog.pageType == &quot;item&quot;'>
<div>
<fb:like expr:href='data:post.url' send='true' show_faces='false'/>
<fb:comments candelete='true' expr:href='data:post.url' message='true' migrated='1' num_posts='10' width='470' xid='data:post.url'/></div>
</b:if>
อ่านคู่มือ attribute คอมเม้นเพิ่มเติม
กำหนดคุณสมบัติอะไรนั้นแล้วแต่คุณจะกำหนดเองนะครับ แต่ผมเอาโค๊ดพร้อมใช้ได้เท่าที่จำเป็นยังมี แอตทริบิวต์ที่มากว่านี้อีกครับ
     นำโค๊ด comments like and send นี้ไปวางหลังท้ายคอมเม้นของบทความ เครื่องมือที่จะช่วยให้ท่านหาโค๊ดง่าย ctrl+f and add on firebug
แนะนำถ้าหาโค๊ดในการแก้ไขหรือเพิ่มคอมเม้นท์ลงไป ctrl+f หา tag html ที่เป็น
<div id=’comments’ class=’comments’> นำโค๊ดวางหลังตรงนั้นดู ถ้าไม่เจอยังไง ก็ใช้ firebug ตรวจสอบดูครับ เพราะ แต่ละเทมเพล็ตคน design ย่อมแตกต่างกัน
แค่นี้ก็ได้แล้วครับ

และสามารถดูได้จากเฟชบุ๊คคุณว่ามีใคร comments ในเว้บไซต์คุณบ้าง
http://developers.facebook.com/tools/comments  ดังภาพนี้ครับ

มีความต้องการอะไรตรงไหนบอกมาได้ครับ ยินดี =(^_^)=
เหตุผลดึงที่ผม สร้าง comments in blogspot นั้น ทำให้ ผู้ใช้งาน or user นั้นมี Interactive กับเว็บไซต์ได้มากขึ้นครับ…

ดูดรูปสาวๆจากเฟชบุ๊คหมด Album ด้วย Facebook Photo Save

โปรแกรมตัวนี้เป็นผลงานเด็กไทยครับ จาก มหาวิทยาลัย แม่โจ้ ซึ่งผมก็ไม่ทราบชื่อคนเขียนโปรแกรม เห็นแค่ใน Readme ลงชื่อไว้ว่า NayFido เฉยๆ เลยไม่รู้จะตามตัวยังไง

โปรแกรมตัวนี้ก็มีความสามารถไม่มากครับ แต่เลือกเพื่อนเรา ใน List จากนั้น กดเลือก มันก็จะ “ดูดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดด” รูปทุกรูปของคนนั้นมาในเครื่องเราทันที นี่คงเป็น Blog แนะนำโปรแกรมที่สั้นม๊าก มาก เพราะมันก็ทำงานได้แค่นี้แหละ แต่เชื่อว่าหนุ่มๆหลายคน คงหาติดเครื่องไว้แน่นอน ฮ่าๆ
ปล. โปรแกรมตัวนี้ต้องกสาร .NET Framework ของ Microsoft ด้วยนะครับ ไปดาวน์โหลดได้ที่นี่ http://www.microsoft.com/downloads/en/details.aspx
รายละเอียดโปรแกรม
ชื่อ : Facebook Photo Save
โดย : NayFido
ขนาด : 69 KB
Download : http://on.fb.me/m3BPbx   you might download link in wall fan page.
credit from freeware.in.th krub

แนะนำสำหรับคนที่ชอบเล่น Facebook ทั้งสาม Browser ,internet Explorer ,Fire fox,Chrome

มาติดตั้งส่วนเสริมใน เวบบราวเซอร์เราดีกว่าไหม มีให้เลือกใช้ ทั้งสาม บราวเซอร์ด้วยสำหรับผู้ใช้บราวเซอร์ Mozilla Fire Fox หมาไฟ นั่นเอง

ดาวน์โหลดและติดตั้งลิ้งด้านล่างนี้สำหรับ Fire Fox

Add On ที่ชื่อว่า Facebook Toolbar จร้า

https://addons.mozilla.org/en-US/firefox/addon/facebook-toolbar/

ยังไม่น้อยหน้า สำหรับผู้ที่ใช้ IE ก็ไม่น้อยหน้าเหมือนกันจร้า นี่เลย

ดาวน์โหลดส่วนเสริมสำหรับ IE และทำงานติดตั้งที่นี่
Install the file and restart the browser. You can see your Facebook toolbar there.

นี่ Google Chrome ก็มี จะอยู่ในส่วนของ แอพสโตร์หน้าตาอาจจะไม่เหมือนสองอันด้านบนแต่ก็ใช้ได้ดีเหมือนกันครับ

ดาวน์โหลดแอพสโตร์เพื่อใช้ Facebook in Browser Google Chrome to here

(^_^)

ประเภทของบุคคลที่ไม่พึงประสงค์บน facebook ไว้ 12 แบบด้วยกัน

 

ทาง CNN.com ได้ทำการแบ่งประเภทของบุคคลที่ไม่พึงประสงค์บน facebook ไว้ 12 แบบ ลองอ่านกันดูนะครับว่า เพื่อนๆ  ถูกจัดไว้ประเภทไหนกันบ้างรึเปล่า บางคนเป็นมากกว่าหนึ่งประเภทนะเนี่ย ฮ่าๆๆๆ

996b6965b289adf68b6c90c85e28c7b3

1. The Let-Me-Tell-You-Every-Detail-of-My-Day Bore

พวก ที่คิดว่าทุกอย่างที่ฉันทำอยู่ ทุกคนจะต้องรับรู้มัน เช่น “ตื่นนอนแล้วนะจ๊ะ” “กำลังกินข้าวเที่ยงอยู่” อะไรประมาณนั้น จะเห็นได้ว่าทุกจังหวะชีวิตของคนที่อยู่ในกลุ่มนี้ จะสามารถที่จะรู้ได้ โดยการเข้าไปอ่านจากสถานะของเธอบน facebook

2. The Self-Promoter

พวก ที่คอยเอาแต่โฆษณาขายของแต่ของตัวเอง มันคงไม่แปลกถ้าเราจะโพสลิงค์ไปที่เว็บใดเว็บนึง แต่ถ้าทุกครั้งที่เราทำการส่งลิงค์ไปนั้น กลับเป็นแต่ลิงค์ของเว็บเราเอง เราก็คงจะไม่ชอบมากนักใช่มั๊ยครับ

3. The Friend-Padder

พวก รวยเพื่อน คนบน Facebook ส่วนใหญ่จะมีเพื่อนอยู่ประมาณหลักร้อยคน แต่ถ้าใครที่มีเพื่อนเป็นหลักพัน โอ้วแม่เจ้า! คุณคิดว่าคนเหล่านั้นเป็นเพื่อนเค้าจริงๆ หรือเปล่า? เออ… หรือไม่แน่เค้าคนนี้อาจจะเป็นดาราดังก็ได้นะ

facebook_people

4. The Town Crier

พวกนักข่าวประจำหมู่บ้าน พวกนี้นี้ถ้ามีข่าวอะไรเกิดขึ้น คุณจะได้ยินจากคนพวกนี้เป็นกลุ่มแรก!

5. The TMIer

พวก พูดจาน้ำท่วมทุ่ง (TMI: Too Much Information) คือประเด็นมันมีแค่นิดนึง แต่ก็จะพูดยาวๆ ซะจนยืดเยื้อน่ารำคาญ บางทีก็พูดในสิ่งที่ไม่ควรจะพูดมากนัก ไม่ว่าจะเป็น ชีวิตสมรสที่ล้มเหลว การไปมีเซ็กส์กับคนอื่นแบบไม่ตั้งใจ เป็นต้น

6. The Bad Grammarian

พวก ที่ชอบเขียนแบบผิดๆ โดยที่นึกว่าตัวเองเขียนแบบนี้ไปแล้ว คนอื่นจะมองว่าตัวเองเท่ห์ ตัวเองจริง แต่ว่าคนอื่นอาจจะมองได้ว่า ไอ้นี่มันเรียนจบป.6 แล้วหรือยัง?

7. The Sympathy-Baiter

พวก ที่ชอบขอความเห็นใจจากคนอื่น พวกนี้มักจะโพสต์สถานะของตัวเองไว้ว่า “วันนี้รู้สึกแย่จังเลย” “คืนนี้ฉันเหงาจัง” อะไรประมาณนี้ คนอะไรมันถึงจะเศร้าอยู่ได้ทุกวี่ทุกวัน

8. The Lurker

พวก เสือซุ่ม คือพวกนี้จะไม่ค่อยอัพเดทสถานะของตัวเองซักเท่าไหร่ บางทีอาจจะขี้เกียจ แต่ถ้าเมื่อไหร่ได้มีโอกาศคุยกับเค้าแล้วละก็ คุณอาจจะสงสัยได้ว่า ไอ้หมอนี้มันรู้ได้ยังไง ทั้งๆ ที่ไม่ค่อยเห็นมันเข้ามามีกิจกรรมใน Facebook เท่าไหร่เลยนี่หว่า

9. The Crank

พวก กลุ่มคนขี้โมโห ต่อต้านสังคม เฮียคลั่ง พวกนี้มักจะใช้ถ้อยคำที่ค่อนข้างดิบ เถื่อน รุนแรง ดิบๆ แล้วก็ชวนให้ทะเลาะด้วย เวลาที่กลุ่มคนเหล่านี้ ได้ทำการโพสสถานะของพวกเค้าบน Facebook

10

10. The Paparazzo

พวก ปาปารัซซี่เรียกพี่ พวกนี้มักจะเอารูปของคนอื่นไปโพสไว้ โดยที่เจ้าของยังไม่รู้ตัวเลยว่า ไอ้รูปพวกนี้มันมาจากใคร ที่ไหน หรือว่าตอนไหนหว่า?

11. The Maddening Obscurist

พวก ที่ชอบพูดไรคลุมเคลือ หรือว่าจับความไรไม่ค่อยได้ บางทีก็เพ้อออกมาลอยๆ ซะงั๊น บางอย่างก็เป็นอะไรที่ขัดกันอยู่ในตัวมันเอง เช่น “ฉันคิดว่าไอ้นี่มันเรียนเก่งดีนะ แต่ฉันว่าเค้าก็ไม่ได้โง่หรอก” ???

12. The Chronic Inviter

พวก ชื่นชอบชวนเชื้อเชิญ ไม่ว่าจะเป็นเกมส์เอย คำถามปัญญาอ่อนเอย (แต่ผมก็ชอบอ่านนะ ฮาดี) บางทีส่งมา Invite กันจัง ทุกวัน วันละ 3 เวลา บางทีก็ชวนไปเข้าแก๊งค์นี้มั่ง ไปลอบฆ่าคนๆ นั้นมั่ง ประมาณนี้

เป็น ยังไงกันบ้างครับ กับ 12 กลุ่มคนไม่น่าพึงประสงค์บน Facebook ... แต่ไม่ว่ายังไงก็แล้วแต่ ก็อยากให้คิดกันนิดนึงนะครับว่า ไม่ว่าอะไรก็ตามที่เราทำอยู่บนอินเตอร์เนตนั้น สิ่งที่เราทำอยู่ ก็เหมือนกับเรากำลังทำอยู่บนโลกจริงๆ ของเรา เพราะไม่ว่าจะโลกออนไลน์ หรือว่าออฟไลน์ สิ่งต่างๆ ที่เราทำลงไปนั้น ก็จะมีผลกระทบต่อผู้อื่นเหมือนๆ กันเลยนะครับผม

ที่มา : http://facebook.in.th

ทำแชร์ facebook ทำแชร์ twitter ผ่านเว็บของท่านง่ายแค่หยิบมือ ภายใน 5 นาที โดยไม่มีความรู้เรื่องโค๊ดลึกมากก็ทำได้แล้ว มาดูกันเขาทำกันยังไง

ขั้นแรกไปที่เว็บไซต์นี้ได้เลยครับ http://www.addthis.com/
จะมีตัวเลือกให้เลือกนะครับว่าเอาแชร์ในรูปแบบไหน ดังรูป
myshare

หลังจากนั้นก็ Get Your Button ไปครับ
จากนัั้นถ้าท่านยังไม่เป็นสมาชิกสมัครสมาชิก่อนนะครับ เว็บแอพจึงจะสร้างโค๊ดแชร์ให้ง่ายๆ เห็นไหมละครับว่าง่ายแคพริบตาเดียว ไม่ต้องอาศัยความรู้เรื่อง code มากมาย พื้นๆก้อได้แล้ว
    จากนั้นเมื่อกรอกการสมัครเสร็จ หลังจากนั้นก็จะได้ Code ที่เราเลือกไว้ดังภาพแรกครับ แล้วเราก็ copy source code ที่ generate code มาเอาไปวางในเว็บไซต์ที่เราต้องการได้เลยครับ หรือเป็นเว็บไซต์ที่เขาเขียนพัฒนาเองก็ได้เช่นกันครับCapture

อย่างเช่นตัวอย่างของผม

แล้วเรายัง รูปแบบพฤติกรรมวิเคราะห์การแชร์ของ user ที่เรามาเว็บเราด้วยนะครับว่า แชร์ไปเท่าไหร่ แชร์ไปเว็บไหนบ้างมากที่สุด อะไรประมาณนี้ครับ ฟีเจอร์ยังไม่อีกนะครับ ไม่อธิบายมาก ก็เหมือนกัน bit.ly ในรูปแบบ การย่อลิ้ง จะเป็นรูปแบบ Analytics Google (^_&) ไปล่ะ มีอะไรจะเอาแชร์

6 เคล็ดลับเรียกคนมา follow เราเยอะๆ

6 เคล็ดลับเรียกคนมา follow เราเยอะๆ
          วันนี้เรามีเคล็ดลับดี ๆ สำหรับเพื่อน ๆ หลายคน ที่อยากให้ Twitter ของคุณมีคนมาตาม Follow มากขึ้นค่ะ ถ้าอยากรู้ว่าทำยังไงล่ะก็ ตามมาอ่านเลยค่า ^^

เจ็ดสิ่งที่ควรหยุดทำทันทีใน Facebook

บท ความนี้เรียบเรียงจาก 7 Things to Stop Doing Now on Facebook
by Consumer Reports Magazine Wednesday, May 12, 2010


  1. ใช้รหัสผ่านแบบง่าย ๆ
    หลีกเลี่ยงการใช้ชื่อธรรมดา  หรือคำทั่วไปที่สามารถหาพบได้ในพจนานุกรม หรือแม้แต่ตัวเลขที่ลงท้ายรหัสผ่านดังกล่าว ควรใช้การผสมระหว่างด้านหน้า ด้านหลังตัวอักษร ด้วยตัวเลข  หรือสัญลักษณ์ รหัสผ่านควรมีแปดตัวอักษรเป็นอย่างน้อย เทคนิคที่ดีอย่างหนึ่งคือ การเพิ่มตัวเลขหรือสัญญลักษณ์ระหว่างกลางรหัสผ่าน เช่นตัวอย่าง รหัสผ่าน  houses เป็น hO27usEs! หรือใช้คำไทยพิมพ์บนแป้นอักษรภาษาอังกฤษ จะจดจำได้ง่ายกว่า เช่น กูไม่บอก เมื่อพิมพ์จะได้ d^w,j[vd
  2. ระบุวันเดือนปีเกิดในข้อมูลสาธารณะ
    โจรภัยทาง ข้อมูลแบบเบื้องต้น ผู้ไม่หวังดีมักจะใช้ในการค้นหาข้อมูลเพิ่ม เติมเกี่ยวกับตัวคุณ เพราะมันจะมีประโยชน์อย่างมากในการเข้าถึงข้อมูล ธนาคารหรือบัตรเครดิต ถ้าคุณได้ระบุวันเกิด ให้กลับไปที่ข้อมูลส่วนตัว เข้าไปแก้ไขข้อมูลส่วนตัว ระบุข้อมูลพื้นฐานคือ ไม่แสดงวันเกิดในข้อมูลส่วนตัว หรือแสดงเฉพาะวันและเดือนเกิดในหน้า ข้อมูลส่วนตัว
    (การติดต่อสอบถามเกี่ยวกับบัตรเครดิต มักจะต้องตอบข้อมูลเรื่องนี้ด้วย)
  3. ตรวจสอบการใช้งานของข้อมูลส่วนตัว
    ข้อมูล ทั้งหมดใน Facebook คุณควรกำหนดสิทธิ์ในการเข้าถึงของเพื่อน หรือเพื่อนของเพี่อน หรือตัวคุณเอง
    เช่น  การเข้าชมรูปภาพ วันเกิด ศาสนา และข้อมูลของครอบครัว หรือสิ่งอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้องกับตัวคุณเอง เช่น ข้อมูลในการติดต่อ  เบอร์โทรศัพท์ สถานที่อยู่ ควรจำกัดสิทธิ์เฉพาะ บุคคลหรือกลุ่มที่สามารถจะเข้าถึงข้อมูลดังกล่าว  
    หรือจัดการ บล็อก (ห้าม) บุคคลบางคน หรือไม่ให้บุคคลภายนอกสามารถเข้าถึงข้อมูลดังกล่าว
  4. ระบุชื่อบุตรหลาน โดยมีข้อความที่อธิบายหรือตำบรรยายใต้ภาพประกอบ
    ใม่ ควรระบุชื่อบุตร หลานหรือป้ายกำกับ (tags) หรือ มีคำอธิบาย/บรรยายรายละเอียดใต้ภาพ และ ถ้าได้มีคนอื่นหรือเพื่อนคุณทำเช่นว่านั้น ก็ขอให้ช่วยแก้ไขหรือลบออก พร้อมกับป้ายกำกับด้วย
    แต่ถ้าชื่อบุตรหลานของคุณไม่ได้อยู่ใน Facebook  แต่ได้มีบางคนได้ระบุข้อมูลดังกล่าวไว้ใน
    ป้ายกำกับ (tags) หรือ หรือมีคำอธิบายหรือบรรยายรายละเอียดใต้ภาพก็ขอให้เจ้าของข้อมูล ดังกล่าวแก้ไข/ลบออกด้วย
    (เป็น ช่องทางให้ผู้ไม่หวังดีใช้ข้อมูล ดังกล่าว ในการก่ออาชญากรรมบางเรื่องได้ง่าย เพราะรู้ว่าเป็นลูกหลาน ของใครมีฐานะการเงินเป็นเช่นไร)

Social Network อันตรายใกล้ตัว

social_network_header
social_network_2
Social Network หรือ สังคมออนไลน์ ขยายตัวไปอย่างรวดเร็ว มีจำนวนประชากรบนโลกออนไลน์นี้ในระดับ 400 ล้านคนทั่วโลก กระจายไปยังผู้ให้บริการอย่าง Facebook, Hi5, Twitter, Blog, Space และอื่นๆ ในประเทศไทยเราถูกจัดให้เป็นประเทศที่มีอัตราการเติบโตของผู้ใช้เฟสบุ๊ก (Facebook) รวดเร็วที่สุดอันดับ 2 ของโลก ชนะประเทศอื่นๆในแถบอาเซียน เครือข่ายสังคมออนไลน์นั้นเป็นดาบสองคม เหรียญสองด้าน ซึ่งมีทั้งประโยชน์และโทษพอๆ กัน หากไม่ระมัดระวังเพียงพอ โทษที่เราได้รับนั้นอาจถึงขั้นต้องสูญเสียชีวิตและทรัพย์สินเลยทีเดียว
หลังจากที่มีผู้พยายามจะส่งเสริมให้นำเอาสังคมออนไลน์มาใช้ในทางการศึกษา โดยบอกเล่าถึงแต่สิ่งดีๆ ไม่บอกถึงผลกระทบที่อาจตามมาในภายหลังซึ่งเป็นการสูญเสียที่มากมายยากจะคาด ถึง อาจเป็นเพราะไม่รู้ว่ามันมีโทษหรือรู้แต่ไม่บอก (กลัวอย่างแรกล่ะมากกว่า) วันนี้เลยต้องนำมาถกประเด็นให้ขยายความคิด รับรู้ถึงภัยที่จะตามมาโดยรู้เท่าไม่ถึงการณ์กัน รู้ไว้เพื่อป้องกันตัว ไม่ได้ห้ามใช้งานนะครับ...
แต่ถามว่าในบรรดาชาวเฟสบุ๊กนับล้านของไทยที่เพลิดเพลินกับการอัป โหลดรูปภาพ และข้อความ คอมเมนท์โต้ตอบในหมู่เพื่อน จะมีสักกี่คนที่รับรู้ว่าจะต้องเล่นเฟสบุ๊กอย่างไร? จึงจะไม่ต้องปวดหัวกับพิษภัยที่อาจตามมา ซึ่งในต่างประเทศเคยมีกรณีแล้วว่า เหยื่อฆาตกรรมรายหนึ่งถูกคร่าชีวิตสำเร็จเพราะเฟสบุ๊กเป็นเหตุ
เมื่อคำตอบคือ "น้อยมาก" ผู้ที่ถูกมองว่าควรจะต้องรับหน้าสางปมนี้อย่างจริงจังก็คือรัฐบาล

google เปิดให้บริการ การสร้าง ลิ้ง url และ เพื่อประหยัดข้อความ tweet

    โดย google.com  ให้ชื่อ short ulr ของตัว ว่า goo.gl  ลักษณะการย่อลิ้ง เช่น ว่า  http://goo.gl/maps/nHD3  ถ้าคนใช้ อยากใช้ บริการสุดแสนจะง่าย เปิด browser มา พิมพ์ไปว่า goo.gl  แล้วทำการ เอา url web site จริง มาวาง
goo.gl

คุณเป็นมนุษย์ออน MSN แบบไหน?

ประเภทที่ 1 : อกหักรักคุดตุ๊ดเมิน เกย์ไม่เอา ทอมไม่แล กระเทยทิ้ง
ประเภทนี้หลายๆ คนคงจะเห็นกันบ่อยคือชื่อที่ตั้งใน MSN จะเป็นอะไรที่เน่ามากๆ ไม่เคยคิดที่จะใช้ชื่อแบบอื่นเลย ในหัวมีแต่ความรักลอยเต็มหัว ไม่มีเวลาจะไปคิดเรื่องอื่นนอกจากเรื่องรักๆใคร่ๆ ตัวอย่างชื่อที่ใช้ก็เช่น “ฉัน เป็นห่วง เธอ ..มากเลยรุ้มั้ย” , “อีกไม่ช้าไม่นานใจเธอจะต้องเปลี่ยนไปจากฉัน”, “หรือเราจะรักกันไม่ได้อีกแล้ว” , “ขาดเธอเหมือนขาดใจ”

ประเภทที่ 2 : Away ทั้งชาติ

ประเภทนี้คือตลอดเวลาที่ออน MSN จะมีสถานะเป็น Away ตลอด แต่จริงๆแล้วก็อยู่หน้าคอมฯ
ประเภทที่ 3 : สิ้นคิด
สม กับชื่อประเภทที่บอกไปข้างต้นเพราะพวกเขาเหล่านี้จะตั้งช่อใน MSN โดยใช้ชื่อที่สั้นๆ เช่น ใส่ “……..” เป็นชื่ออย่างเดียว หรือ “- -” รึไม่ก็ทศนิยมตัวเดียว แทบจะเห็นชื่อของคนประเภทนี้เป็นสีขาวหรือว่างเปล่าไปเลยเวลามองใน List รายชื่อ ซึ่งที่ตั้งชื่อแบบนี้อาจจะเป็นเพราะอยู่ในอาการจิตตก….หรือขี้เกียจพิมพ์ ….หรือนึกไม่ออกว่าจะใช้ชื่ออะไรดี
ประเภทที่ 4 : หัวศิลป์
ใคร ที่จะอ่านชื่อของมนุษย์ MSN ประเภทนี้ขอให้ทำใจเพราะบางทีตัวอักษรที่พวกเค้าใช้ตั้งในชื่อนั้น จะไปคัดสรรค์มาอย่างดีจาก Character Map ซึ่งศิลป์ขนาดที่ว่าอ่านกันไม่รู้เรื่องเลยทีเดียวชื่อ ที่มนุษย์ MSN ประเภทนี้ใช้ก็เช่น จินตนาการสูงนิด ทะลึงทะเล้นบ้างบางครั้ง
ประเภทที่ 5 : ออน MSN ผ่านมือถือ
มนุษย์ MSN ประเภทนี้ชอบออน MSN ผ่านมือถือ แต่พวกเขาเหล่านี้จะไม่ Chat หรือยินดีอยากให้มีคนทักมาหาเลย เพราะเวลาเปิดดูข้อความ/ส่ง MSN ผ่านมือถือมันต้องเสียตังค์….. อีกเหตุผลนึงก็คือในมือถือมันพิมพ์ยาก+มันไม่แสดงผลชื่อเป็นสีหรือตัวหนาบาง ทำให้ชื่อคนที่ส่งข้อความมานั้นยาวเหยียด…..ก็มันไม่มี MSN Plus นี่นา
ประเภท ที่ 6 : ออน 24 ชั่วโมง
พวกเค้าคือมนุษย์ MSN อย่างแท้จริงหากพวกเค้ายังมีชีวิต หากพวกเค้าต่อเน็ท จะต้องออน MSN เสมือนว่าชั้นยังมีตัวตนชั้นยังไม่หายไปไหน เมื่อคุณออน MSN ทุกครั้งคุณจะเห็นพวกเขาเหล่านี้ Online อยู่ใน List คุณเสมอๆจนน่ากลัว….ไม่ว่าจะเช้า สาย บ่าย ค่ำ จนถึงตี 4 ตี 5 ยันเช้าเลยก็มิปาณ แต่พวกเขาจะอยู่หน้าคอมรึเปล่าก็อีกเรื่องนึง จะออนหาพระแสงพระกันหรอ ออนเอาถ้วยเหรอ!
ประเภท ที่ 7 : Busy ทั้งชาติ
ประเภทนี้จะต่างกับ Away ก็ตรงที่พวกเค้าอาจจะทำอะไรที่เป็น Full Screen อยู่ซึ่งระบบจะขึ้น Busy ให้อัตโนมัติ (ถ้าตั้งค่าเอาไว้) ทักหาพวกเขาไปก็จะไม่ตอบกลับรึอาจจะตอบกลับมาว่า”ไม่ว่างเล่นเกมอยู่” ซึ่งนี่คือเหตุผลหลักๆของมนุษย์ MSN ประเภทนี้
ประเภทที่ 8 : สบถ/บ่น อย่างเดียว
เหมือนกับชื่อประเภทที่กล่าวมาคือมนุษย์ MSN ประเภทนี้จะตั้งชื่อ MSN ไว้ระบายความเครียดบ่นรึสบถเพียงอย่างเดียว แล้วออนให้ชาวบ้านเห็นซึ่งเวลาที่เห็นชื่อมนุษย์ประเภทนี้ใน List รายชื่อจะชวนให้รู้สึกแย่/รำคาญ ได้ไม่มากก็น้อย และถ้าหากทักไปขณะที่พวกเขาใช้ชื่อแบบนี้อยู่ คุณอาจจะโดนพวกเค้าสบถ/บ่นกลับมอย่างทันควัน เพราะขณะนั้นพวกเค้าจะอารมณ์ไม่ค่อยดีนัก
ประเภทที่ 9 : Chat กระจาย คีย์บอร์ดกระเด็น MSN ค้าง
ประเภทนี้เมื่อพวกเขาเข้า M สิ่งที่จะต้องทำคือทักทุกคนที่ขวางหน้าและ Chat อย่างเมามันส์ ในรายชื่อ MSN ของมนุษย์ประเภทนี้จะมีรายชื่อที่ Add ไว้เยอะมากมายไม่ต่ำกว่า 100 รายชื่อ บ้างก็อาจจะมากถึงหลายร้อยเลยทีเดียว ที่มีมากมายขนาดนี้เพราะพวกเค้าพยายามที่จะหาคนคุยด้วยอยู่ตลอดเวลา
ประเภท ที่ 10 : หน้าม่อ/หูดำ/หน้าเป็นอลูมิเนียม
ประเภทนี้จะเป็นเฉพาะ ผู้ชายซะส่วนใหญ่และพวกนี้จะไม่ต่างจากประเภท ที่ 9 เท่าไหร่นัก ต่างกันตรงที่ แทนที่พวกเขาจะ Chat แต่กลับเป็นม่อแทน พวกนี้จะหมายหา Mail ของผู้ ญ เท่านั้น ในรายชื่อพวกเค้าแทบจะไม่มีผู้ชายเลย ซึ่งเมื่อทักไปหาคนพวกนี้แล้วถามว่าได้ Mail มายังไง พวกเค้าก็มักจะตอบว่า”ได้มาจากใน Exteen กั๊บ” , “ในบอร์ดกั๊บ” , “เพื่อนให้มากั๊บ” ซึ่งชะตากรรมพวกนี้จะจบลงด้วย”Block and Delete”
ประเภท ที่ 11 : Infecter !!! (ตัวแพร่เชื้อโรค)
ประเภทนี้อันตรายกว่า ประเภทที่ 10 มาก เพราะพวกเค้าเหล่านี้ส่วนมากจะเป็นพวกใช้คอมฯไม่เป็นรึไม่ก็เสพติดการเปิด เว็ปโป๊ จนทำให้ Spyware และ Virus หมักหมมอยู่ในตัวเครื่องจนมันแพร่ออกมาทาง MSN ของพวกเค้าคอยส่งความรำคาญให้ชาวบ้านแบบสุดๆ ชะตากรรมไม่ได้ต่างไปจากประเภทที่ 10 คือ “Block and Delete”
ประเภท ที่ 12 : ปัญญาอ่อนในโลก Cyber (Cyber Syndrome)
ประเภทนี้เป็น ประเภทที่สื่อสารได้ยากมากที่สุด พวกเค้าเหล่านี้ไม่มีความสามารถในการเขียนหรือพิมพ์แต่อย่างใดใน MSN หรือในโลกของจอมอนิเตอร์เลยเสมือนบุคคลพิการทางสมองก็มิปาน ถามไปก็ตอบไม่เป็นศัพท์ ไม่ได้ความ คนละเรื่อง จนต้องใช้วิธีโทรศัพท์ไปคุยแทน แต่จริงๆแล้วก็เป็นคนปกตินี่แหละ ?
ประเภท ที่ 13 : นักปราชญ์
ถ้าได้อ่านชื่อ MSN ของคนประเภทนี้คุณจะตรัสรู้เป็นพระอรหันต์เลยก็มิปาณ เพราะชื่อ MSN ของพวกเค้าเหล่านี้จะเป็นปรัญญาหรือคำคม คติธรรม อุดมการณ์ไปซะหมด
ประเภท ที่ 14 : มือใหม่หัดเล่น MSN
ก็อย่างที่ชื่อบอกพวกเค้าจะทำอะไรไม่ ค่อยเป็นไม่ว่าจะส่งไฟล์ แชร์ไฟล์ แชร์ไวท์บอร์ด เปิดเว็ปแคมฯลฯ เพราะพวกเค้าส่วนมากจะไม่ใช่คนที่เล่นคอมฯเป็นชีวิตหรือเป็นคนที่พึ่งหัด เล่นคอมฯ จึงไม่ค่อยเข้าใจการพูดจาหรือสังคมในเน็ทมากนัก แล้วที่เป็นเอกลักษณ์ก็คือพวกเค้าเหล่านี้ยังไม่มีสัมมาคาราวะเท่าที่ควร เพราะพวกเค้าส่วนมากคิดว่าการที่เค้าพิมพ์ผ่านจอมอนิเตอร์กับการพูดคุยกันใน โลกของความจริงมันต่างกันจึงพูดจาไม่ค่อยมีมารยาทนัก เช่น รู้ว่าคุยกับรุ่นพี่ก็ยังพูด “เออ” , “รู้แล้ว” พูดจาไม่มีหางเสียงเป็นต้น
ประเภท ที่ 15 : เกรียน
ประเภทสุดท้ายนี้ไม่อยากจะให้คำจำกัดความให้ปวดหัว เพราะทุกคนรู้กัน ดีอยู่แล้ว…..ซึ่งก็ไม่รู้ว่าสิ่งมีชีวิตประเภทนี้ได้ Mail ของพวกเราชาวมนุษย์ไป Add ได้อย่างไร…..
คุณน่าจะเป็นประเภทไหนกัน ล่ะ…อิอิ
คุณคิดว่าคุณจะอยุ่ประเภทไหนล่ะ
โปรแกรม รับส่งข้อความสนทนาหรือ IM อย่าง MSN นั้นกลายเป็นส่วนสำคัญในชีวิตคนไอทีกลุ่มหนึ่ง เพียงมีอีเมลแอดเดรส คุณก็สามารถส่งข้อความแบบทันใจให้เพื่อนที่คุณมีอีเมลแอดเดรสอยู่ได้เลย คุณและเพื่อนสามารถส่งข้อความคุยกันแบบโต้ตอบทันที หรือสามารถส่งไฟล์ภาพหรือเอกสารให้กันและกันโดยไม่ต้องใช้อีเมล โดยผู้ใช้ MSN ทุกคนสามารถตั้งชื่อที่คุณต้องการให้คนอื่นเห็นได้ตามชอบใจ บางคนตั้งชื่อยาวเหยียดเป็นคติธรรมคำสอนที่โดนใจ ขณะที่บางคนตั้งชื่อเพื่อระบายความในใจขณะนั้น นอกจากนี้ผู้ใช้ยังสามารถตั้งสถานะได้ว่ากำลังยุ่งอยู่ (Busy) หรือตั้งเวลาให้ปรากฏสถานะไม่อยู่ (Away) ได้ ซึ่งมนุษย์ MSN 15 ประเภทนี้แบ่งตามลักษณะการตั้งชื่อ การตั้งสถานะ และการใช้งานโปรแกรม MSN
ผม มองว่าคนเขียนฟอร์เวิร์ดเมล์นี้ช่างคิดช่างเขียนดี ซึ่งถ้า 15 ประเภทนี้ยังไม่หนำใจคุณ ผมขอเชิญเพิ่มประเภทมนุษย์ MSN ตามสบายเลยนะครับ
ส่วน ผม ขอเพิ่มประเภทที่ 16 มนุษย์ชื่อเดียว คือผ่านไปนานเท่าไหร่ พี่แกก็ยังใช้อยู่ชื่อเดียวทั้งปีไม่มีเปลี่ยน
อีกชนิดนะ ประเภทที่ชอบเอารูปคนอื่นที่ สวย หล่อ มาลงตลอด ไม่ว่ายังไงก็ต้องหน้าตาดีไว้ก่อนอะ
ที่มา:ไปอ่านเจอฟอร์เวิร์ดเมล์ “มนุษย์ MSN 15 ประเภท” เข้าเลย อยากเอามาให้ลองอ่านกันครับ

สร้าง status ในบล็อกตัวเอง ผ่าน Twitter โดยใช้ Widget in Blogger

เริ่มแรกเลยนะครับ เข้า เว็บ http://twitter.com ล็อกอินเข้าระบบเสร็จเรียบร้อย ไปที่ setting
twitter01
twitter02
ต่อจากนั้น  click Profile 
ใส่ชื่อเว็บไซต์ที่ต้องการจะ เอา status ของ twitter ไปวางในเว็บไซต์ของเรา
twitter03
เสร็จการการกรอกชื่อเว็บไซต์ที่คุณต้องการแล้ว คลิก (You can also add Twitter to your site here )
twitter04 twitter05
 twitter05.5
twitter06
twitter09
twitter07
twitter08
จาก code ที่ได้นั้นเอาไปวางจะได้ ผลลัพธ์แบบนี้ครับ
twitterresult

Loading

แบ่งปัน/แชร์ใหักับเพื่อนๆ

Twitter Delicious Facebook Digg Stumbleupon Favorites More